Close

September 11, 2017

The Manufacturing of the Future: Making things in a changing world (3)

บทบาทของ ICT ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคตที่ยังยืน: Usage of ICT in manufacturing (Smart Factory / Virtual Factory / Digital Factory) จากแท็บเล็ตและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สู่ระบบคลาวด์คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน ข้อมูลและเทคโนโลยีการสื่อสาร (Information and Communication Technology, ICT) ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจทั่วโลกและชีวิตของเรา นัยสำคัญที่สุดของ ICT คือเครื่องมือในการปูทางสำหรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

 

Smart Factory: an out-of-the-box, factory automation solution

Smart Factory: an out-of-the-box, factory automation solutionในยุคของการผลิตแบบดิจิตอล เส้นแบ่งระหว่างโลกทางกายภาพและดิจิตอลจะถูกทำลายเพื่อสร้างอนาคตใหม่สำหรับอุตสาหกรรม

 

 

Smart factory – เป็นจุดสุดยอดของการมีประสิทธิภาพที่จะไม่มีข้อบกพร่องและการหยุดทำงาน การเกิดของเสียและการอคอยอีกต่อไป ในนั้นผู้จัดการโรงงานและ CIO (Chief Industry Office) จะมีรูปแบบการทำงานร่วมกันในการผสมผสานแบบไร้เส้นแบ่งแยกของ ข้อมูลและผลิตภัณฑ์ IT และการผลิต เป็นโรงงานที่แสดงถึงจุดสูงสุดของการพัฒนาเทคโนโลยีและการผลิตรวมที่สมบูรณ์แบบ การผสมผสานของเครื่องจักรเครื่องมือมือที่มีเทคโนโลยีสูงและคนงานที่มีทักษะสูง

 

Virtual Factory: an integrated approach to manufacturing systems modeling

โรงงานเสมือนถูกกำหนดให้เป็นรูปแบบการจำลองแบบบูรณาการของระบบย่อยที่สำคัญในโรงงานโรงงานที่จะพิจารณาโดยรวมและให้การตัดสินใจขั้นสูงความสามารถในการสนับสนุน

สถานที่ทำงานเสมือนจริงเป็นสถานที่ทำงานที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ทางกายภาพจริง แต่จะอยู่ในเครือข่ายด้านเทคโนโลยีของสถานที่ทำงานหลายๆ แห่งหรือหลายๆ โรงงานที่เชื่อมต่อเทคโนโลยีผ่านทางเครือข่ายส่วนตัวหรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยไม่คำนึงถึงขอบเขตทางภูมิศาสตร์ ดังนั้นจึงสามารถโต้ตอบและร่วมมือกันได้ในสภาพแวดล้อมทุกรูปแบบโดยไม่ต้องคำนึงถึงหรือยึดติดกับสถานที่ทำงานจริง สถานที่ทำงานเสมือนจริงจะรวมฮาร์ดแวร์คน และกระบวนการออนไลน์ เข้าด้วยกันเสมอนเป็นหนึ่งเดียว

 

Digital Factory: manufacturing & self-organizing factory

ในวิสัยทัศน์ของ MOF หรือ Manufacturing of the Future เครือข่ายของผู้คน สิ่งของ และเครื่องจักรอุปกรณ์จะสร้างสภาพแวดล้อมการผลิตใหม่ที่สมบูรณ์

ผู้ผลิตในฐานะที่เป็นผู้ผลิตที่มองไปในอนาคต พบว่าข้อมูลที่ทันสมัยและเทคโนโลยีการสื่อสารสามารถเพิ่มการสร้างมูลค่าในการผลิต การพัฒนานี้เรียกว่า “อุตสาหกรรม 4.0.(Industry 4.0)” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้บรรลุข้อได้เปรียบที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโดยการสร้างเครือข่ายที่มีความยืดหยุ่นและกระบวนการผลิตที่มีการการจัดระเบียบตัวเองแบบไดนามิก สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็น Customization products ในอีก 15 ถึง 20 ปีข้างหน้า ที่คาดว่าจะมาพร้อมกับการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ที่จะแก้ปัญหาการผลิตที่เรียกว่า การปฏิวัติอุตสาหกรรมที่สี่ (the Fourth Industrial Revolution) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับจำนวนมหาศาลของขั้นตอนการพัฒนาในกระบวนการวิวัฒนาการ

 

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรกที่ถูกเรียกโดยการประดิษฐ์ของรถจักรไอน้ำและเครื่องจักรกลในศตวรรษที่ 18, การปฏิวัติครั้งที่ 2 โดยการไฟฟ้าและเกี่ยวข้องกับการใช้เทคนิคการผลิตแบบ mass production ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และการปฏิวัติครั้งที่ 3 ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สำหรับการทำงานอัตโนมัติในการผลิตและการจบกระบวนการ และขณะนี้การเปลี่ยนแปลงได้ย้อนกลับมาอีกครั้งในหลายภาคส่วน สืบเนื่องจากการ Digitalization of the value chain และการเข้าถึงอย่างต่อเนื่องและแพร่หลายไปยังช่วงครอบคลุมข้อมูลในรูปแบบของแบบจำลองเสมือน รูปแบบข้อมูล และรูปแบบแห่งองค์ความรู้

 

จะเห็นว่า ทั้ง Smart Factory / Virtual Factory / Digital Factory มีส่วนที่คาบเกี่ยวข้องกันและซ้อนทับกันอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องการใช้ ICT หรือ Information and communication Technology เป็นรากฐานและกระดูกสันหลัง ((Foundation and back bone) ของโรงงาน เพียงแต่จะมีบางส่วนในรายละเอียดที่อาจจะแยกออกจากกันเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันในทางปฏิบัติบ้างแต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งถ้าจะมองในภาพรวมๆ อาจจะกล่าวว่าทั้ง 3 ประเภทโรงงาน เหมือนกันเกือบ 100% ก็ว่าได้ และจำเป็นจะต้องพึ่งพากันและจำเป็นที่จะต้องเพื่อการเป็น MOF หรือ FOF 

 

 

Industry 4.0 เป็นการรวม “เทคโนโลยี” และ “แนวคิดขององค์กรห่วงโซ่คุณค่า” บนพื้นฐานของหลักการของการใช้เทคโนโลยีของระบบไซเบอร์ทางกายภาพ (Cyber-physical systems) อินเทอร์เน็ต และบริการออนไลน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องอำนวยความสะดวกในการมองเห็นและการดำเนินการของ Smart factory  ภายในโครงสร้างแบบแยกส่วนของ Smart factory ใน Industry 4.0 ระบบไซเบอร์ทางกายภาพจะตรวจสอบกระบวนการทางกายภาพ สร้างสำเนาเสมือนจริงของโลกทางกายภาพ และสร้างการตัดสินใจร่วม (Decentralize decisions) ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ระบบการสื่อสาร และสร้างการให้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เครื่องจักรอุปกรณ์และมนุษย์ แบบทันที ( Real-time-communication) รวมไปถึงการสื่อสารทั้งภายในและข้ามองค์กรของผู้เข้าร่วมของห่วงโซ่คุณค่า

 

6 หลักการที่ถูกออกแบบไว้สำหรับการเป็น Industry 4.0

(1) Interoperability: ความสามารถของระบบไซเบอร์ทางกายภาพในการเชื่อมต่อและสื่อสารกันผ่านทางอินเทอร์เน็ต

(2) Virtualization: สำเนาเสมือนจริงของ Smart factory ที่ถูกสร้างขึ้นโดยการเชื่อมโยงข้อมูลเซ็นเซอร์ (จากการตรวจสอบกระบวนการทางกายภาพ) ที่มีรูปแบบโรงงานที่เสมือนจริงและแบบจำลอง

(3) Decentralization: ความสามารถของระบบไซเบอร์ทางกายภาพภายในการตัดสินใจของตัวเอง

(4) Real-Time Capability: ความสามารถในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลและการให้ข้อมูลเชิงลึกที่ได้มาทันที

(5) Service orientation: เสนอบริการ (ของระบบไซเบอร์ทางกายภาพ มนุษย์ หรือ Smart factory) ผ่านทางอินเทอร์เน็ต

(6) Modularity: การปรับความยืดหยุ่นของ Smart factory ต่อการเปลี่ยนแปลงความต้องการโดยการทดแทนหรือขยายแต่ละโมดูลหรือรูปแบบของการผลิตสินค้า

 

ค้นคว้าและเรียบเรียงโดย ว.ณ.ส.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *