Close

January 9, 2017

Textile Innovation for the future

[vc_row][vc_column][vc_empty_space][vc_column_text]

นวัตกรรมสิ่งทอสำหรับอนาคต เพื่อการอยู่รอด อยู่ร่วม และอยู่อย่างมีความสุขระหว่างคนกับธรรมชาติ

 

[/vc_column_text][vc_single_image image=”847″ img_size=”large”][vc_empty_space][vc_column_text]นวัตกรรมด้านสิ่งทอสำหรับอนาคตกับแนวคิดใหม่ๆที่เน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์เพิ่มประสิทธิภาพ วันนี้ผู้เขียนได้รวบรวมนวัตกรรมสิ่งทอ เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ นักวิจัย วิศวกร นักออกแบบและนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เห็นถึงความสำคัญของแนวคิดในการอยู่รอด อยู่ร่วม และอยู่อย่างมีความสุขระหว่างคนกับธรรมชาติผ่านสิ่งประดิษฐ์และผลิตภัณฑ์ต่างๆ[/vc_column_text][vc_tta_accordion color=”white” active_section=”” collapsible_all=”true”][vc_tta_section title=”อ่านต่อ…” tab_id=”1495267592306-91239ffe-692a”][vc_column_text]1. รองเท้า 3D ยี่ห้ออาดิดาส ทำมาขยะพลาสติกจากมหาสมุทร (Adidas’ 3D Shoe Made from Ocean Plastic Waste)

 

จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้แสดงข้อมูลรายการขยะ 10 อันดับในแต่ละปีที่มีการเก็บขยะจากท้องทะเลได้มากกว่าหนึ่งร้อยล้านชิ้น ซึ่งเชือกติดอันดับ 1 ในสิบเช่นกันทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ซึ่งก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงกับสัตว์น้ำต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในท้องทะเล

 

จากแนวคิดการแก้ปัญหานี้บริษัทอดิดาสได้ร่วมกับ Parley for the Oceans พัฒนารองเท้าโดยใช้วัตถุดิบรีไซเคิลจากเส้นด้ายตาข่าย แห ทุ่น อวนจับปลา และเส้นใยที่เป็นขยะจากทะเล โดยกระบวนการถักและผสมกับเทคโนโลยีเครื่องปริ้นสามมิติ (3D-Printer) มาพัฒนาเป็นรองเท้าซึ่งประกอบด้วยส่วนบนที่ทำด้วยพลาสติกโดยใช้ใยสังเคราะห์ไนลอน (Polyamid) โพลีเอสเตอร์ และ netอ รีไซเคิลจากเชือกที่เป็นขยะจากทะเล บวกดีไซน์จากอดิดาสออกมาเป็นรองเท้า เพื่อให้เป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดขยะในทะเล และยังสามารถใช้งานได้อย่างจริงจังด้วย

 

adidas-recycled-ocean-waste-sports-shoe-2

 

2. เสื้อผ้าสิ่งทอจากชา และแบคทีเรีย

Suzanne Lee  นักวิจัยจาก  Central St. Martin’s school of fashion and textiles ได้ทำการวิจัยและพัฒนาสิ่งทอโดยผสมผสานความรู้ทางแลบชีวเคมีและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาเสื้อผ้าจากแบคทีเรียโดยใช้กระบวนการหมักโดยส่วนผสมจากชาเขียว ยีสต์ น้ำตาล  โดยกระบวนการหมักนี้จะก่อให้เกิดเซลลูโลสยึดติดกันเป็นผืนและจับกันจนเป็นชิ้นงาน จากนั้นนำมาทำให้แห้งและขึ้นรูป  และสร้างสรรค์ให้เป็นเสื้อผ้าที่ไร้ตะเข็บได้ นอกจากนี้ยังนำไปทำผลิตภัณฑ์อื่นๆได้อีกเช่นกัน เช่น รองเท้า เป็นต้น

 

mj9sdps3-1394580255

jhbjb-1

 

3. ย้อมไม่ใช้น้ำโดยเทคโนโลยี AirDye Technology

ในปัจจุบันปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมฟอกย้อมพิมพ์ในด้านของน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการนั้นเป็นปัญหาที่ทำให้ต้องมีการลงทุนในด้านของการบำบัดน้ำเสียซึ่งก่อให้เกิดต้นทุนในผลิตผ้าค่อนข้างสูง   แต่ด้วย ย้อมไม่ใช้น้ำโดยเทคโนโลยี AirDye Technology  จะสามารถประหยัดพลังงานและน้ำเสียได้เป็นจำนวนมาก จากรูปจะเห็นว่า ถ้าเป็นการพิมพ์ผ้าแบบในปัจจุบัน สีจะติดผืนผ้าเพียงด้านเดียว  ในขณะที่การย้อมผ้าสีจะติดอย่างสม่ำเสมอทั้งผืน ส่วนการย้อมด้วย Airdye สีจะติดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แต่การพิมพ์ผ้าและการย้อมผ้าแบบเดิมจะใช้ ปริมาณน้ำและพลังงานในกระบวนการสูง

 

เทคโนโลยี Airdye นี้ ใช้เทคโนโลยีการซึมผ่านผืนผ้าโดยสีที่มีคุณสมบัติเฉพาะของทางบริษัท Colorep, Inc., a California sustainable technology company  ซึ่งสามารถควบคุมลวดลาย รูปแบบและปริมาณการซึมผ่านลงผืนผ้าได้ สามารถพิมพ์ได้ทั้งสองหน้าด้วยสีที่หลากหลาย  โดยโปรแกรมเฉพาะด้าน เทคโนโลยี Airdye สามารถประหยัดน้ำได้ 95 % และประหยัดพลังงานได้ 84 % เมื่อเปรียบเทียบกับการย้อมสี หรือการพิมพ์ผ้าในระบบปกติในปัจจุบัน รวดเร็ว แม่นยำและประหยัดเวลาได้ดี

 

picture-10


ภาพผลิตภัณฑ์จาก AirDye Technology

 

จากตัวอย่างนวัตกรรมทั้ง 3 แบบนั้นจะเห็นว่า แนวโน้มนวัตกรรมในอนาคตนั้น เริ่มเน้น การอยู่รอด อยู่ร่วม และอยู่อย่างมีความสุขระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติผ่านสิ่งประดิษฐ์และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ไม่ทำลายธรรมชาติ  อีกทั้งยังรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

เรียบเรียงโดย ศศิมา สุขสว่าง ที่ปรึกษา วิทยากรด้านวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ

http://www.sasimasuk.com/

 

อ้างอิง

http://61.19.55.253/Thailandcoastalcleanup/garbageis.php

http://www.adidas-group.com/en/media/news-archive/press-releases/2015/adidas-and-parley-oceans-stop-industrys-waiting-game/

http://www.debscorp.com/eng/airdye-technology/[/vc_column_text][/vc_tta_section][/vc_tta_accordion][/vc_column][/vc_row]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *