Close

July 23, 2017

เจาะตลาดสร้างสรรค์กับผลิตภัณฑ์เชิง ECO

เรื่อง…ปิลันธน์ ธรรมมงคล
หสน.ธนไพศาล

 

มีหลายคนมักถามผมว่า ทำไมถึงให้ความสำคัญกับตลาดเชิงสร้างสรรค์นัก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Eco-Products คำตอบมีหลายปัจจัยซึ่งผมก็ตอบไปกว้างๆ ว่า Eco- Products สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ได้สูง คู่แข่งในตลาดมีจำนวนไม่มาก และที่สำคัญคือความต้องการของผู้บริโภคมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในทางคู่ขนานเราต้องค้นคว้าวิจัย หาข้อมูลความรู้ เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตลาดนี้ จากปัจจัยดังกล่าว จะเห็นได้ว่า Eco-Products สามารถสนองความต้องการของตลาดเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างเหมาะสม เพราะมีความยืดหยุ่นมีการสร้างนวัตกรรมแปลกๆ ใหม่ๆ อย่างทันเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row][vc_row][vc_column][vc_tta_accordion color=”white” active_section=”” collapsible_all=”true”][vc_tta_section title=”อ่านต่อ” tab_id=”1500805741275-548da8b7-5046″][vc_column_text]จากการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกบวกกับกระแสความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่งผลให้การทำตลาดแบบเดิมที่ผมทำใช้ไม่ได้ผล ผมจึงหันมาให้ความสนใจกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นทางเลือกที่แตกต่างตามแบบฉบับของตัวเอง เพื่อเข้าตีตลาดใหม่

 

หากจะพูดไปแล้วการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แปลกๆ เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องใช้ความคิด และความกล้าที่จะเรียนรู้ปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก จะเห็นได้ว่า สินค้าและบริการหลายๆ อย่างได้หายไปจากการแข่งขันในปัจจุบัน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากผู้ผลิตไม่สามารถผลิตภัณฑ์สินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

 

การทำธุรกิจของผมจึงต้องปรับเปลี่ยนความคิดให้รองรับแนวทางการตลาดในอนาคตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมเป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสได้ลงไปทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นมากว่า 10 ปี จึงเห็นถึงความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคญี่ปุ่นที่หันมาใส่ใจในสุขภาพของตัวเองอย่างจริงจัง พวกเขาได้รับข้อมูลข่าวสาร ด้านนี้อย่างทั่วถึง และให้ความสำคัญกับการมีวิถีชีวิตแบบอยู่กับธรรมชาติ 

 

“ตลาดญี่ปุ่น” จึงเป็นตลาดที่ต้องการสินค้าคุณภาพ มีการส่งมอบตรงตามเวลา สินค้ามีความหลากหลาย แตกต่างมีรายละเอียด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ และมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

เริ่มต้นจากบริษัทผมมีโอกาสออกบูธในงานแสดงสินค้าที่ญี่ปุ่น จึงพบว่า ลูกค้าที่เข้ามาคุยธุรกิจส่วนใหญ่มักต้องการสินค้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ โดยคำถามที่ผมมักเจอบ่อยๆ คือ สีที่ใช้ย้อมเส้นใยมีความปลอดภัยหรือไม่ ใช้สีอะไร มีใบรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เส้นใยทำมาจากวัตถุดิบอะไร เป็นต้น 

 

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสนใจกับคู่ค้าแบบนี้ ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปทำตลาดในต่างประเทศ เพราะในความเป็นจริงเราไม่สามารถรู้เลยว่าลูกค้ามีความต้องการอะไร ยากง่ายแค่ไหน สิ่งที่เรามีคือพื้นฐานความรู้ประสบการณ์วิชาชีพของเรา ที่มีการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาทำมาอย่างยาวนาน ไม่รู้ว่าเขาจะโยนอะไรมาให้ เราก็สามารถใช้พื้นฐานเหล่านี้ตอบสนองความต้องการของเขา เพื่อทำธุรกิจร่วมกัน

 

เมื่อต้นปีนี้ ผมก็มีโอกาสได้พูดคุยกับบริษัทญี่ปุ่น 2 บริษัท เจ้าแรกลูกค้าต้องการให้ผมพัฒนาผ้าคอตตอนที่เป็นออแกนนิคเพื่อนำไปตัดเย็บเป็นชุดชั้นในที่มีความพิเศษ เหมาะสำหรับผู้มีผิวแพ้ง่าย หรือหญิงสาวตั้งครรภ์ ซึ่งเขาต้องการหาแหล่งผลิตวัตถุดิบแหล่งใหม่ แทนการใช้ผ้าที่ผลิตในญี่ปุ่นที่มีต้นทุนการผลิตสูง เขาเอาใจใส่เรื่องการย้อมมาก ว่าต้องใช้เคมีน้อยที่สุด ซึ่ง collection ล่าสุดของเขา เป็นชุดชั้นในย้อมด้วยครามธรรมชาติ ตอนนี้ขายดีมาก ผลิตแทบไม่ทัน

 

รายต่อมา เป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องนอน เขาต้องการให้เราพัฒนาออแกนนิคคอตตอนโดยมีการผสมกับเส้นไหม เพื่อนำไปตัดเย็บเป็นเครื่องนอนในรูปแบบต่างๆ ส่งขายลูกค้าในกลุ่มสนใจในการรักษาสุขภาพอนามัยอย่างจริงใจ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะมีความกังวลเรื่องสารเคมี ซึ่งเราก็บอกเขาว่าไม่ต้องกังวล เพราะเรามีพื้นฐานองค์ความรู้เรื่อง Clean Technology ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานของเขาได้ และที่สำคัญคือเรามีพื้นฐานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี 

 

ทุกวันนี้ ผมคิดเสมอว่าการเข้ามาสู่ตลาด Eco- Products ถือเป็นการเปิดโลกการค้าใหม่ ซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ เช่น ประเทศไทยก็มีโรงงานผลิตเส้นด้ายที่เป็นออแกนนิค หรือมีใครเป็น Supplier ในเมืองไทยบ้าง แล้วกระบวนการออกหนังสือรับรองมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตภัณฑ์ Eco มีอะไรบ้าง และอื่นๆ ที่เราต้องเรียนรู้อีกมากมาย 

 

แน่นอนว่า “การเจาะตลาดใหม่” ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะเจาะจง (Niche market) ไม่ใช่เรื่องสะดวกสบาย เราจะต้องมีการเตรียมความพร้อม เปิดใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ปรับตัวและพัฒนาตัวเองให้ทันกับเหตุการณ์ และที่สำคัญจะต้องมีการรวมรวบข้อมูลความรู้ต่างๆ ให้พร้อมใช้ในการทำงานเสมอ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับโจทย์ใหม่ๆ ที่ลูกค้ามอบให้ เราทุกคนทำได้ ผมเชื่อว่า “ความสำเร็จ” ในตลาดนี้เป็นไปได้ 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *